วิธีในการบันทึกความทรงจำด้วยรูปถ่าย


 วิธีในการบันทึกความทรงจำหลังจากที่เราได้ยินได้ฟังและได้เห็น ซึ่งแต่ละคนก็จะมีวิธีการบันทึกที่แตกต่างกันไป บางคนบันทึกด้วยการเขียน จดบันทึก บันทึกด้วยการอัดเสียง ถ่ายวีดีโอ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นการบันทึกความทรงจำที่มีมาตังแต่อดีตจนถึงปัจุบันก็คือ ภาพถ่าย นั้นเอง
       ในบันทึกนี้เราจะมาเรียนรู้กันเกี่ยวกับการถ่ายภาพเบื้องต้นและข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพกันนะครับ ลำดับแรกมาทราบกันถึงประเภทของกล้องกันก่อนซึ่งผมจะพูดถึงกล้องดิจิตอลนะ ครับ เพราะว่าปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้จนกล้องฟิล์มแทบจะหาไปจากท้องตลาดเลยที่ เดียว ประเภทของกล้องมีด้วยกัน  3 ประเภทใหญ่ๆ

1.กล้องคอมแพ็ค

เป็นกล้องที่มีขนาดเล็ก ง่ายต่อการใช้งาน กล้องดิจิตอลคอมแพคส่วนใหญ่นับว่ามีประสิทธิภาพและ
ให้คุณภาพที่เพียงพอ สำหรับผู้ใช้ทั่วไปซึ่งไม่ได้ต้องการ
กล้องระดับมืออาชีพ กล้องดิจิตอลคอมแพคมักมีเลนส์ที่ซูมได้ไม่มากนักรวมทั้ง
มีคุณสมบัติที่ค่อน ข้างจำกัด แต่มีข้อดีก็คือกล้องมีขนาดเล็กจึงทำให้สามารถพกใส่กระเป๋า
หรือถือไปใช้งาน ได้ง่าย โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพเลยก็ว่าได้ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในโหมดการถ่ายภาพแบบอัตโนมัติ(บางคนเรียกกล้องประเภทนี้ ว่ากล้องติ้งต๊อง กดแล้วถ่ายไม่ต้อง ทำอะไรเลย ผมเองก็ใช้เหมือนกันด้วยเหตุผลที่ข้อดีของมัน) แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตได้ปรับปรุงคุณภาพในฟังค์ชั่นพิเศษหลายๆ อย่าง ให้กับกล้องประเภทนี้


2. กล้องโปรซูเมอร์









เป็นกล้องที่โดยรวมดีกว่ากล้อง ดิจิตอลคอมแพค โดยมีเลนส์ที่ขนาดใหญ่กว่าและคุณภาพดีกว่า
 รวมทั้งยังมีออปชันในการควบคุมต่างๆ ที่มากกว่าอีกด้วย กล้องโปรซูเมอร์ทุกรุ่นจะสามารถปรับความเร็วชัตเตอร์
 ช่องรับแสง สมดุลสีขาว การแสดงฮิสโตรแกรมและความสามารถในการชดเชยแสง
และ
การถ่ายภาพซ้อนมาให้ด้วย อย่างไรก็ตามกล้องในระดับนี้ยังใช้งานได้ง่ายกว่ากล้อง
ดิจิตอล SLR สำหรับกล้องโปรซูเมอร์ทั่วไปจะมีราคาไม่ต่างจากกล้อง
ดิจิตอล SLR รุ่นพื้นฐานเท่าใดนัก

 3. กล้องดิจิตอล SLR
เป็นกล้องสำหรับมืออาชีพและผู้ใช้ที่ค่อนข้างซีเรียสกับคุณภาพ กล้องในระดับนี้มาพร้อมกับช่องมองภาพออปติคอลที่เห็นภาพผ่านเลนส์ดังนั้น กล้องจึงไม่สามารถบันทึกภาพได้จนกว่าผู้ใช้จะกดปุ่มชัตเตอร์ กล้องระดับDSLR ก็มีข้อดีคือความสามารถในการปรับตั้งค่ารวมทั้งยังสามารถรองรับ (เปลี่ยน) เลนส์ได้อย่างหลากหลาย ในแง่ของประสิทธิภาพกล้องDSLR ให้คุณภาพของภาพถ่ายที่ใกล้เคียงกับกล้องใช้ฟิล์มขนาด 35 มิลลิเมตรปกติ สำหรับการใช้งานถึงแม้ว่าการถ่ายภาพด้วยการตั้งค่าอัตโนมัติจะให้คุณภาพของ ภาพที่ดี หากแต่ก็ยังมีออปชันในการปรับตั้งเองด้วยมือที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับ การใช้งานได้ และสร้างสรรค์ผลงานจากเทคนิคต่างๆ ได้อีกด้วย
     เราพอจะรู้จักประเภทของของกล้องกันไปแล้ว คราวนี้เราจะว่ากันด้วยรายละเอียดต่างๆ ในการที่เราจะถ่ายภาพเบื้องต้นกัน ลำดับแรกเราจะต้องศึกษาระบบการทำงานของกล้องที่เราถืออยู่อย่างละเอียดซะ ก่อน เช่น มีโหมดการทำงานอะไรบ้าง แต่ละโหมดทำงานอย่างไร การตั้งค่าความละเอียดของภาพตั้งค่าอย่างไร มีฟังก์ชั่นพิเศษอะไรบ้างเป็น ต้น ในเรื่องของการถ่ายภาพนั้นสิ่งคำสัญที่สุดก็คือ แสง เพราะมันก็เหมือนกับการมองเห็นของคนเรานั้นเอง หมายความว่าแสงส่องกระทบวัตถุแล้วสะท้อนเข้าดวงตาเราจึงทำให้เรามองเห็น กล้องก็เช่นเดียวกัน ถ้าแสงน้อยภาพออกมาค้อนข้างมืด ดังนั้นกล้องจึงมีการปรับการตั้งค่าอยู่ 2 ค่าที่เป็นพื้นฐานของการถ่ายภาพ คือ รูรับแสง กับความเร็วชัตเตอร์  รูรับแสงก็คือการที่เราเปิดช่องรับแสงให้แสงผ่านเข้ามาที่เซ็นต์เซอร์ได้มาก หรือน้อยนั้นเอง ซึ่งเราเรียกว่า F Stop เช่น เปิดรูรับแสงกว้าง ค่า F Stop ก็จะน้อย เช่น F2.8, F3.5 เป็นต้น ส่วนการเปิดรูรับแสงแคบค่า F Stop ก็จมาก เช่น F11,F22 เป็นต้น ความเร็วชัตเตอร์ คือเวลาที่ปล่อยให้แสงผ่านเข้าไปยังฉากรับภาพ(ในกล้องดิจิตอลคือ CCD) โดยมีหน่วยเป็นวินาที เช่น 1/1000 วินาที 1/30 วินาที 1 วินาที 8 วินาที เป็นต้น โดยยิ่งความเร็วชัตเตอร์ยิ่งสูงยิ่งสามารถจับภาพได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ภาพไม่เบลอ แต่ก็อย่างที่กล่าวไว้ในเรื่องของรูรับแสงแล้วว่า ความเร็วชัตเตอร์ทำงานสัมพันธ์กับรูรับแสง หากความเร็วชัตเตอร์ยิ่งเร็ว ยิ่งทำให้ต้องมีรูรับแสงที่กว้าง จึงจะทำให้ภาพไม่มืด
      คงพอจะทราบพื้นฐานการถ่ายภาพไปกันพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องขึ้นอยู่กับการฝึกฝนทักษะ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยต้นเองด้วยนะครับ เพราะการถ่ายภาพเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง

ที่มา http://www.thecameracity.com
Previous
Next Post »